แนะนำ 8 เนื้อผ้ายอดนิยมที่มักใช้ผลิตเสื้อแจ็คเก็ต
เสื้อยูนิฟอร์มไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกายสำหรับพนักงาน แต่ยังเป็นสื่อที่ช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กร สร้างความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และ เพิ่มความน่าเชื่อถือในการพบปะลูกค้า หนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของเสื้อยูนิฟอร์มคือ โลโก้บริษัท ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกตัวตนขององค์กรได้อย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงขั้นตอนการผลิต หลายๆองค์กรมักเกิดคำถามว่า ควรเลือก “ปักโลโก้” หรือ “สกรีนโลโก้” แบบไหนดีกว่ากัน? เพราะทั้งสองวิธีมีข้อดี ข้อจำกัด ต้นทุน และ ความเหมาะสมที่แตกต่างกัน หากเลือกไม่ตรงกับลักษณะการใช้งาน อาจส่งผลต่อความสวยงาม ความคงทน และงบประมาณในระยะยาว ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณเปรียบเทียบข้อดี–ข้อเสียของการปัก และ การสกรีนโลโก้บนเสื้อยูนิฟอร์ม เพื่อให้ได้เสื้อยูนิฟอร์มบริษัทที่สวยงาม คุ้มค่า และ สะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรได้ดีที่สุด
ทำความรู้จักเทคนิคการ “ปัก” เสื้อยูนิฟอร์มบริษัท
การปักโลโก้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ คือกระบวนการที่ใช้เครื่องจักรปักอุตสาหกรรมความเร็วสูง ควบคุมด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการสร้างลวดลายลงบนผืนผ้าโดยการใช้ “ไหมปัก” หลากหลายสีสัน วิ่งร้อยเรียงกันจนเกิดเป็นมิติ ความหนา และ ความนูนขึ้นมาจากผิวสัมผัสของเสื้อ
1. ประเภทของไหมปักที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า
- ไหมโพลีเอสเตอร์ : เป็นไหมที่นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากมีความเหนียว ทนทานต่อการแรงดึงสูง สีไม่ตกแม้จะโดนสารเคมี หรือ น้ำยาซักผ้าขาว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเสื้อยูนิฟอร์มโรงงาน หรือ เสื้อที่ต้องซักบ่อยๆ
- ไหมเรยอน : มีจุดเด่นที่ความเงางาม ดูหรูหรา นุ่มนวลกว่าโพลีเอสเตอร์ แต่ความทนทานต่อสารเคมีจะต่ำกว่า เหมาะกับเสื้อยูนิฟอร์มผู้บริหาร หรือ เสื้อเชิ้ตที่ต้องการความพรีเมียม
- ไหมโลหะ : เช่น ไหมสีทอง หรือ สีเงิน ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับโลโก้ แต่มักจะมีความกระด้าง และขาดง่ายกว่าไหมปกติ
2. จุดเด่นของการปักโลโก้บนเสื้อยูนิฟอร์ม
- ความพรีเมียม และ ภูมิฐาน : ลายปักจะมีมิติความนูน และ ความเงาของเส้นไหม ทำให้โลโก้ดูมีราคา เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรได้อย่างยอดเยี่ยม
- ความทนทานเป็นเลิศ : ไหมปักจะหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อผ้า ทำให้มีความทนทานสูงมาก ไม่หลุดลอก ไม่แตกราน และ ไม่ซีดจางง่ายๆ อายุการใช้งานยาวนานเท่ากับตัวเสื้อ หรือ บางครั้งเสื้อขาดแล้วแต่ลายปักยังคงสภาพดีอยู่
- ทนต่อความร้อน และ การซักล้างอย่างรุนแรง: เสื้อยูนิฟอร์มที่ต้องผ่านการซักแห้ง การอบผ้าด้วยความร้อนสูง หรือ การรีดทับโดยตรง ลายปักจะไม่มีการละลาย หรือ เสียหาย
3. ข้อจำกัดของการใช้วิธีการปักโลโก้
- ไม่เหมาะกับรายละเอียดที่เล็ก หรือ ซับซ้อนเกินไป: เนื่องจากเส้นไหมมีความหนา หากโลโก้มีตัวอักษรที่เล็กกว่า 3-4 มิลลิเมตร หรือ มีเส้นไลน์ที่บางมาก ฝีเข็มจะเบียดกันจนทำให้อ่านไม่ออก หรือ โลโก้บิดเบี้ยว
- การไล่เฉดสี ทำได้ยาก: เครื่องปักไม่สามารถผสมสีไหมเข้าด้วยกันเหมือนหมึกพิมพ์ได้ การไล่เฉดสีจึงต้องใช้เทคนิคการปักสลับสีทีละไหม ซึ่งทำได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถทำภาพเหมือนจริงได้
- มีน้ำหนัก และ อาจระคายเคืองผิว: ลายปักที่มีขนาดใหญ่ และ มีความหนาแน่นของฝีเข็มสูง จะทำให้เสื้อบริเวณนั้นแข็ง กระด้าง และ หนัก หากเป็นเสื้อเนื้อผ้าบาง ลายปักอาจจะรั้งผ้าจนยับ และ ด้านหลังของลายปักอาจครูดกับผิวหนังจนเกิดความระคายเคือง
- ราคาสูงหากมีขนาดใหญ่: ค่าปักจะแปรผันตรงกับ “จำนวนฝีเข็ม” ยิ่งโลโก้ใหญ่ ยิ่งใช้เวลาปักนาน ต้นทุนจะยิ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ทำความรู้จักเทคนิคการ “สกรีน” และ นวัตกรรมการพิมพ์เสื้อยูนิฟอร์มบริษัท
การสกรีนเสื้อแบบดั้งเดิม คือการปาดหมึกพิมพ์ผ่านบล็อกสกรีนที่มีผ้าตาข่ายละเอียดลงบนผ้า เพื่อสร้างลวดลายตามที่ออกแบบไว้ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันคำว่า “สกรีน” ในอุตสาหกรรมเสื้อยูนิฟอร์มได้ครอบคลุมไปถึงเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลสมัยใหม่ด้วย ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ดังนี้
1. ประเภทของเทคนิคการสกรีน และ พิมพ์ลาย
1.1 สกรีนบล็อกดั้งเดิม :
- หมึกสียาง : ให้สีที่สด แน่น มีความยืดหยุ่นปานกลาง เหมาะกับผ้าคอตตอน โลโก้จะลอยเด่นขึ้นมาจากผิวผ้า
- หมึกสีพลาสติซอล : เป็นหมึกที่ได้รับความนิยมสูงในสากล ให้รายละเอียดที่คมชัด สีสันสดใส ผิวสัมผัสเรียบเนียน แต่ห้ามรีดทับโดยตรงเพราะหมึกจะละลาย
- หมึกสีน้ำ : หมึกจะซึมลงไปในเส้นใยผ้า ให้ผิวสัมผัสที่นุ่มนวลมาก ระบายอากาศดี แต่อาจจะไม่สดเท่าหมึกพลาสติซอลบนผ้าสีเข้ม
1.2 งานซับลิเมชัน : คือการใช้ความร้อนระเหิดหมึกพิมพ์ให้ฝังตัวเข้าไปในเส้นใยโพลีเอสเตอร์ 100% (ผ้ากีฬา/ผ้าไมโคร) ผิวเสื้อจะไม่มีความนูนเลย เรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ระบายอากาศดีเยี่ยม สีไม่มีวันหลุดลอก แต่ทำได้เฉพาะบนผ้าสีอ่อน หรือ สีขาวเท่านั้น
1.3 งานพิมพ์ดิจิทัล DTG : เป็นการใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทขนาดใหญ่พ่นหมึกสกรีนลงบนเสื้อโดยตรง เหมาะกับงานที่มีรายละเอียดสูง ภาพเหมือนจริง หรือ การไล่สีที่ซับซ้อน แต่ต้นทุนต่อชิ้นค่อนข้างสูง และ เหมาะกับจำนวนน้อยๆ
1.4 งานรีดร้อน DTF / DFT : เทคโนโลยียอดฮิตในปัจจุบัน คือการพิมพ์หมึกลงบนฟิล์มพิเศษ โรยกาวพาวเดอร์ แล้วนำมารีดร้อนลงบนเสื้อ ข้อดีคือเก็บรายละเอียด และ เฉดสีได้ครบถ้วน ลายสกรีนคมชัด ทำได้ทุกเนื้อผ้า และ ทุกสีเสื้อ
2. จุดเด่นของการสกรีนโลโก้เสื้อยูนิฟอร์มบริษัท
- เก็บรายละเอียด และ ความซับซ้อนได้สูง: ไม่ว่าจะเป็นเส้นที่บางเฉด ตัวอักษรขนาดจิ๋ว หรือ การไล่โทนสี สกรีน (โดยเฉพาะระบบ DTF หรือ พลาสติซอล) สามารถทำได้อย่างแม่นยำ
- เหมาะกับโลโก้ขนาดใหญ่: หากต้องการสกรีนชื่อบริษัทตัวโตๆ กลางหลังเสื้อ การสกรีนมีต้นทุนที่ถูกกว่าการปักมาก และ ไม่ทำให้เสื้อหนัก หรือ กระด้าง
- สวมใส่สบาย ไม่ระคายเคือง: ผิวสัมผัสของงานสกรีนจะมีความบาง (โดยเฉพาะหมึกสีน้ำ หรือ Sublimation) ด้านในของเสื้อไม่มีเศษไหม หรือ รอยขรุขระ ทำให้ไม่ระคายเคืองผิว
- ประหยัดงบประมาณในจำนวนมาก: สำหรับการสกรีนแบบบล็อก ยิ่งสั่งผลิตจำนวนมาก (เช่น 100 ตัวขึ้นไป) ต้นทุนต่อตัวจะยิ่งลดลงต่ำมาก ทำให้คุ้มค่าที่สุดสำหรับการผลิตล็อตใหญ่
3. ข้อจำกัดของการสกรีนโลโก้
- ความทนทานต่ำกว่าการปัก: งานสกรีนมีโอกาสหลุดลอก ลอกร่อน แตกรายงา หรือ ซีดจางได้ตามอายุการใช้งาน และ การซักฟอกที่รุนแรง
- แพ้ความร้อน: ห้ามนำเตารีดมารีดทับลายสกรีน (ประเภทพลาสติซอล และ สียาง) โดยตรง เพราะหมึกจะละลายติดเตารีด และ ทำให้ลายเสียหายทันที การตากแดดจัดเป็นเวลานานก็อาจทำให้หมึกเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
- ความพรีเมียมน้อยกว่าในบางบริบท: ในมุมมองธุรกิจแบบอนุรักษ์นิยม งานสกรีนอาจจะดูเป็นเสื้อยืดแฟชั่น หรือ เสื้อกิจกรรมชั่วคราว มากกว่าเสื้อยูนิฟอร์มระดับองค์กรที่มั่นคง
จะเห็นว่าการเลือกทำเสื้อยูนิฟอร์มพนักงานเป็นการลงทุนระยะยาวขององค์กร การสละเวลาวิเคราะห์รายละเอียดของโลโก้ เนื้อผ้า และ ลักษณะการใช้งานตั้งแต่ต้น จะช่วยลดยอดเคลมสินค้า เสริมสร้างความสุขในการสวมใส่ของพนักงาน และ เหนือสิ่งอื่นใด คือการรักษาภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบของแบรนด์คุณให้อยู่บนตัวเสื้ออย่างงดงามไปตราบนานเท่านาน ดังนั้นหากสนใจเสื้อยูนิฟอร์มบริษัทที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานเราขอแนะนำ GRAND SPORT ซึ่งเป็นโรงงาน ที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ และ ผลิตเสื้อยูนิฟอร์มพนักงาน ผลิต ชุดวอร์มกีฬาสำหรับองค์กร เสื้อแจ็คเก็ต หน่วยงานภาครัฐ และ สถานศึกษา ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 50 ปีในวงการเสื้อผ้า และ เครื่องแต่งกายมืออาชีพ
ติดต่อสอบถาม
บริษัท แกรนด์สปอร์ต จำกัด
26,28 ซ.รามคำแหง 65 ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทร: 062-659-4268
Line : @gsorder



